วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ที่ภูมิใจนำเสนอ ไม่ไกลจากเมืองกรุง :)

     ถ้าพูดถึงแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ แต่ละคนคงมีหลายที่ที่สนใจ  แต่ที่เราจะนำเสนอในวันนี้เป็นที่ที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยมาสัมผัส  เพียงแต่เคยได้ยินชื่อหรืออาจจะไม่เคยได้ยินเลยก็ตาม  สถานที่ที่เราจะนำแนะนำมีอยู่หลายรูปแบบและหลายบรรยากาศ  ซึ่งแต่ละสถานที่ก็เป็นที่ๆมีความรู้ มีคุณค่า  และมีความน่าประทับใจ......


ชุมชนเก่าย่านริมน้ำจันทบูร จ.จันทบุรี
แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ประเภทสถานที่



ชุมชนริมน้ำจันทบูร เป็นชุมชนเก่าแก่มีอายุาวนานกว่า 300 ปี ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ด้วยทำเลที่ตั้งเหมาะสม การคมนาคมสะดวก ทำให้มีคนไทย คนจีน และคนญวณ เข้ามาตั้งถิ่นฐานเป็นจำนวนมาก ทั้งข้าราชการ พ่อค้า คหบดี เกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมของคนต่างเชื้อชาติศาสนา
Source www.photoontour.com 
ในอดีตราว 100 ปีก่อน ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรมีความเจริญรุ่งเรืองมาก มีถนนสายแรกของจังหวัดคือถนนเลียบนที ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นถนนสุขาภิบาล หัวถนนคือย่านท่าหลวง เป็นชุมชนทางการค้าขาย การคมนาคมขนส่ง และเป็นที่ตั้งของส่วนราชการเรียกกันว่าตลาดเหนือ ตอนกลางเรียกว่าตลาดกลาง เป็นศูนย์กลางการค้าทั้งขายส่ง และขายปลีก มีท่าเรือสำหรับการคมนาคมขนส่งหลายท่า ตอนปลายถนนเรียกว่าตลาดล่าง เป็นศูนย์กลางการผลิตงานหัตถกรรมและค้าขายเบ็ดเตล็ด เช่น ทอเสื่อ ทำพลอย ตีเหล็ก รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ประมง อาหารคาวหวาน และขนมพื้นบ้านต่างๆ เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มคนญวณคาทอลิกและกลุ่มคนจีน
ในสมัยรัชกาลที่ 5 (พ.ศ.2442) เมืองจันทบูร ได้รับการจัดตั้งเป็นมณฑลจันทบูร และย่านท่าหลวงเป็นที่ตั้งของอำเภอท่าหลวง สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสเมืองจันทบูรหลายครั้ง ครั้งสำคัญคือ พ.ศ.2419 และ พ.ศ.2450 แต่ละครั้งมีการสร้างท่าน้ำรับเสด็จประดับธงและประทีปโคมไฟอย่างงดงาม ริมน้ำจันทบูรจึงเป็นที่ตั้งฐิ่นฐานชุมชนที่มีความเจริญรุ่งเรืองเรื่อยมานับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน


เมื่อถนนเข้ามาแทนที่การสัญจรทางน้ำ ชุมชนริมน้ำจันทบูรก็ค่อยๆ ลดเลือนบทบาทด้านการค้าและการคมนาคม ประกอบกับการขยายเมือง การเกิดอัคคีภัยครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ.2533  การเกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2542 การค้าพลอยซบเซาลง และลูกหลานส่วนหนึ่งออกนอกพื้นที่ ส่งผลให้ชุมชนริมน้ำจันทบูรค่อนข้างเงียบเหงา
Source www.photoontour.com 

        จนกระทั่งต้นปี 2552 เมื่อสำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรีมีนโยบายที่จะพัฒนาย่านเก่านี้ให้กลับมาเป็นย่านการค้าที่สำคัญอีกครั้งหนึ่ง จึงได้จัดให้มีการทำประชาคมเพื่อกำหนดทิศทางการอนุรักษ์และพัฒนา เกิดกลุ่มอาสาสมัครทำงานเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาชุมชน ในนามของ "คณะกรมการพัฒนาชุมชนริมน้ำจันทบูร" ร่วมกันดำเนินกิจกรรมฟื้นฟูชุมชน อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และความเป็นย่านการค้า สืบสานเรื่องราวประวัติศาสตร์ของชุมชน และถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลัง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาชุมชน ภายใต้แนวความคิด "วัฒนธรรมนำการค้า" โดยกำหนดเป็นวิสัยทัศน์และข้อตกลงร่วมกันว่า



"จะร่วมมือกันสร้างจิตนำนึก และความสามัคคีของชุมชนในการดำรงไว้ซึ่งวิถีชีวิตที่มีคุณภาพ ฟื้นฟูอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและความเป็นย่านการค้า สืบสานเรื่องราว ประวัติศาสตร์ของชุมชน และถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลัง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาย่านริมน้ำจันทบูรให้เป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สำคัญของจังหวัดจันทบุรี"






อาสนวิหารพระนางปฏิสนธินิรมล จ.จันทบุรี
แหล่งการเรียนรู้ประเภทสถานที่

               โบสถ์คริสต์เมืองจันทบุรี  อยู่คู่กับชุมชนชาวไทยเชื้อสายเวียดนามมากกว่า 300 ปี ก่อนพ.ศ. 2254 ช่วงปลายรัชสมัยของพระเจ้าท้ายสระแห่งกรุงศรีอยุธยา  มีชาวญวณกลุ่มหนึ่งราว  130 คน อพยพมาทางเรือ เพื่อมาตั้งรกรากอยู่ริมฝั่งแม่น้ำจันทบูรในปัจจุบัน  ชาวญวณเหล่านี้เป็นชาวคาทอลิกที่ถูกกดขี่เบียดเบียนทางศาสนา  หลวงพ่อท่านหนึ่ง ชื่อ บาทหลวงเฮิ้ต  ทำหน้าที่ดูแลในการเดินทางเข้ามาประเทศไทย                                                                                                                                  
                                                                                                         โบสถ์คริสต์มีการก่อสร้างและโยกย้ายไปมาอยู่ในย่านนี้หลายครั้ง อันเนื่องมาจากในสมัยแรก ๆ นั้นสร้างด้วยไม้ หรือผสมมุงจากบ้าง  จึงทรุดโทรมไปตามกาลเวลา  ปัจจุบันนับเป็นโบสถ์หลังที่ 5 โดยย้ายมาจากฝั่งทางทิศตะวันตกของแม่น้ำจันทบุรี (หรือแม่น้ำจันทบูร) มีสะพานเชื่อมไปมาหาสู่กันได้  ต่อมา ชาวคริสต์ในจันทบุรีค่อยๆ เติบโตขึ้นตามลำดับ และมีจำนวนศาสนิกชน เพิ่มมากขึ้น จึงได้สร้างโบสถ์ใหม่แบบถาวรเพื่อรองรับการขยายตัว และโบสถ์ที่เห็นอยู่นี้นับเป็นหลังที่ 5 ในช่วงระยะเวลาราว 300 ปี    
                                                
       ปัจจุบันโบสถ์คริสต์เมืองจันท์  หรืออาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นโบสถ์ที่สวยที่สุด และใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นับเป็นความภาคภูมิใจของชาวจันทบุรี  โดยเฉพาะคริสตชนที่ก่อกำเนิดขึ้นมาในถิ่นนี้  และอยู่ร่วมกันมาเป็นเวลานาน
  






น้ำตกกระทิง จ.จันทบุรี
แหล่งการเรียนรู้ธรรมชาติ

         น้ำตกกระทิง มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาคิชฌกูฏ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มี 13 ชั้น ซึ่งล้วนมีความงามต่างๆ กัน เล่นน้ำได้ แต่ละชั้นห่างกันราว 20 เมตร ในระหว่างทางจะผ่านป่าไผ่และพันธุ์ไม้หลากชนิด บางชั้นมีพืชจำพวกมอส เฟิร์น ขึ้นปกคลุมเต็มทั้งสองข้างทาง ลำธารดูเขียวชอุ่ม เมื่อต้นไม้ผลัดใบใบไม้สีเหลืองแกมแดงจะโรยใบปูทางเดินสวยงามยิ่ง ลำธารชั้นล่างของน้ำตกอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยาน 100 เมตร การเข้าชมต้องเสียค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท 
         น้ำตกกระทิงเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง  ในภาคตะวันออก ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ แวดล้อมด้วยธรรมชาติสมบูรณ์ของผืนป่าดงดิบ 






        น้ำตกกระทิงไหลตกจากยอดเขาลงมาสูงถึง 13 ชั้น สามารถเดินขึ้นไปถึงน้ำตกชั้นบนสุดโดยใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง ผ่านไปตามป่าดงดิบรกครึ้มซึ่งเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้น่าสนใจ เช่น ไม้จันทร์ซึ่งเป็นไม้ประจำ จ.จันทบุรี ไม้กฤษณา รวมทั้งสมุนไพรอย่างเร่วและกระวาน 
            น้ำตกสวยที่สุดที่ชั้น 8 และ 9 สายน้ำไหลตกจากผาสูงชัน ทำให้เกิดละอองน้ำฟุ้งกระจาย เมื่อขึ้นไปถึงน้ำตกชั้นที่ 10 ธารน้ำตกไหลแรงแยกเป็นสองสาย และมีจุดชมทิวทัศน์ที่เห็นผืนป่าเขาคิชฌกูฏได้กว้างไกล อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏมีบ้านพัก ลานกางเต็นท์และร้านอาหารให้บริการด้วย  




        นอกจากนั้นก็ยังมีความงามของสิ่งมีชีวิต ที่มีชีวาสร้างความเพลิดเพลินให้กับเราได้ตื่นตาตื่นใจ








สถานีป่าชายเลนที่ 2 ท่าสอน จ.จันทบุรี
แหล่งการเรียนรู้ธรรมชาติ




สัมผัสธรรมชาติ และความหลากหลายที่ สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 2 (ท่าสอน จันทบุรี)

      สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 2  (ท่าสอน จันทบุรี) นอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจแล้ว ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ โดยนักท่องเที่ยวจะได้มีโอกาสสัมผัสธรรมชาติ และเรียนรู้ระบบนิเวศน์ป่าชายเลน ซึ่งสถานีนี้เป็นสถานีป่าชายเลนลุ่มน้ำเวฬุ อยู่บริเวณบ้านท่าสอน ตำบลบ่อ อำเภอขลุง ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี 18 กิโลเมตรบนเส้นทางถนนสุขุมวิท ที่ 374-375 มีพื้นที่ประมาณ 1.5 แสนไร่ มีพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด เช่น โกงกาง แสม ลำพู ฯลฯ  นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ  อาทิ
-   ชมสวนนกน้ำที่หาดูยาก ด้วยภายในพื้นที่ประกอบไปด้วยระบบนิเวศที่เป็นทุ่งหญ้า มีตะกาด (หาดทรายผืนเล็กๆ) และมีแหล่งน้ำทำให้นกชนิดต่างๆ มาหากินเป็นจำนวนมากทางศูนย์เรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าชายเลนลุ่มน้ำเวฬุ จึงได้ทำการเพิ่มแหล่งอาหารให้นกขึ้นโดยการทำทุ่งหญ้าที่ว่างเปล่าให้เป็นนาข้าวเพื่อเป็นแหล่งอาหารของนกขนาดเล็ก และขนาดใหญ่และทางศูนย์เรามีกล้องดูนกแบบ 2 ตา (Binocular) และแบบตาเดียว (Scope) ไว้คอยบริการแก่นักท่องเที่ยว

-   ชมหิ่งห้อย High light เด็ดๆ กิจกรรมเดินชมหิ่งห้อยนับว่าเป็นกิจกรรม High light สำคัญของศูนย์เรียนรู้ และท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าชายเลนลุ่มน้ำเวฬุ เนื่องจากภายในพื้นที่มีระบบนิเวศป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้หิ่งห้อยมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากและทางศูนย์ฯได้ตัดเส้นทางถนนลาดยางเข้าไปในป่าชายเลนทำให้สะดวกแก่การเดินชมหิ่งห้อย
-   ขี่จักรยานสูดอากาศบริสุทธิ์ เพื่อส่งเสริมให้มีการออกกำลังกาย ควบคู่ไปกับการชื่นชมธรรมชาติป่าชายเลน มีระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ลัดเลาะไปตามพรรณไม้ป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ 
-   ชมพันธุ์ไม้ป่าชายเลน มีระยะทางประมาณ 1,200 เมตร ทอดผ่านไปตามพันธุ์ไม้ป่าชายเลนนานาพรรณ ตลอดสองข้างทางจะได้พบกับสัตว์น้ำและพันธุ์ไม้ป่าชายเลนชนิดต่าง ๆ มากมาย เหมาะสำหรับนักเรียนนิสิต นักศึกษา ที่สนใจศึกษาหาความรู้ด้านระบบนิเวศป่าชายเลน
-   ล่องเรือชมวิถีชาวเล นั่งเรือชมทิวทัศน์ที่แม่น้ำเวฬุ และบริเวณโดยรอบในยามเย็นใกล้พลบค่ำ และพบเหยี่ยวแดงคอขาวนับพันตัวบินโฉบเฉี่ยวในท้องฟ้าเป็นภาพที่สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจ









เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จ.จันทบุรี
แหล่งการเรียนรู้ธรรมชาติ
         
              มีพื้นที่ 465,637.5 ไร่ ห่างจากจังหวัดจันทบุรีประมาณ 70 กม. จากจันทบุรีเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 317 ที่มุ่งสู่สระแก้ว ผ่านอำเภอโป่งน้ำร้อน ถึงหลักกม.ที่ 22 ก่อนถึงตลาดปะตงจะมีทางแยกซ้ายไปอีก 3 กม.ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว การเดินทาง นั่งรถประจำทาง จากจันทบุรี-สระแก้ว ลงที่ตลาดปะตงแล้วเหมารถสองแถวไปส่งที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ราคาประมาณ 100-150 บาท เขาสอยดาวมีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน มียอดเขาที่สูงที่สุดในภาคตะวันออกคือ ยอดเขาสอยดาวใต้ สูงประมาณ 1,675 เมตร นอกจากนี้ยังมีเขาสิบห้าชั้น เขาตะพง เขางู และเขาทรายขาว ภูเขาเหล่านี้เป็นแหล่งกำเนิดของน้ำตกและห้วยน้ำลำธารหลายสาย มีสัตว์ป่า มากมาย รวมทั้งนกและผีเสื้อสีสันสวยงามมากมายหลายชนิด 

น้ำตกที่สำคัญ คือ น้ำตกเขาสอยดาว ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าชมได้ ประกอบด้วยชั้นต่างๆ ถึง 15 ชั้น อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 4 กม. นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติและค่ายพักแรมสำหรับเยาวชนและกลุ่มคณะที่สนใจ



                                                                              

                         







เกาะมันนอก จ. ระยอง
แหล่งการเรียนรู้ธรรมชาติ




            เกาะมันนอก นั้นเป็นเกาะเล็ก ๆ เกาะหนึ่งในหมู่เกาะมัน ที่ตั้งเรียงกันอยู่ในอ่าวแกลง จ.ระยอง โดยมี เกาะมันใน เกาะมันกลาง และเกาะมันนอก ซึ่งมีพื้นที่เกาะโดยประมาณ 95 ไร่ ”เกาะมันนอกเป็นเกาะที่ค่อนข้างเงียบสงบและร่มรื่น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมาพักผ่อนโดยแท้   หาดทรายละเอียดสีขาว น้ำทะเลสีฟ้าใส สายลมพลิ้วไหวเหนือสายน้ำ สูดอากาศที่สดชื่นไปกับธรรมชาติสีเขียว ตัวเกาะมันนอกนั้นจะมีลักษณะเกือบกลม เพื่อนๆ สามารถเดินรอบเกาะเพื่อชมทิวทัศน์อันสวยงามได้ โดยใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้นเอง นอกจากนี้ ทางด้านหน้าของตัวเกาะมันนอก ซึ่งเป็นทิศใต้และทิศตะวันออก จะมีโค้งหาดทรายเล็กๆ และเป็นที่ตั้งของบังกาโล และเรือนอาหารรสเลิศมากมาย
แต่สำหรับกิจกรรมสุดฮิตของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวบนเกาะมันนอก คือ  เล่นน้ำทะเล ดำน้ำชมความงามของปะการังต่างๆ ที่ขึ้นอยู่ใต้น้ำรอบ ๆ เกาะมันนอก และทำกิจกรรมส่วนตัวตามอัธยาศัย เพราะเกาะนี้มีความเป็นส่วนตัวมาก ๆ ทั้งนี้ เกาะมันนอก อยู่ห่างจาก เกาะเสม็ด เป็นระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร 


 















                     










ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น